ก่อนจะเลือกซื้อสุขภัณฑ์รู้เรื่องเหล่านี้หรือยัง?

ก่อนจะเลือกซื้อสุขภัณฑ์รู้เรื่องเหล่านี้หรือยัง?

ก่อนจะเลือกซื้อสุขภัณฑ์รู้เรื่องเหล่านี้หรือยัง?

.

ก่อนจะเลือกซื้อสุขภัณฑ์รู้เรื่องเหล่านี้หรือยัง?

• รูปทรงของโถ (Bowl Shape) ขึ้นอยู่กับสรีระของแต่ละคน ถ้าคุณต้องการโถขนาดมาตรฐาน ส่วนมากจะเห็นคำว่า U-Shape หรือ European Standard แต่ถ้ารูปร่างสูงใหญ่ โถที่ยาวกว่ามาตรฐานจะนั่งสบายกว่ากรณีนี้ก็ต้องมองหาคำว่า Elongated ซึ่งหมายถึงโถที่รูปทรงยาวกว่าปกติ

• ระบบชำระล้าง (Flush System) ปัจจุบันระบบชำระล้างที่นิยมใช้กับสุขภัณฑ์สำหรับบ้านพักอาศัยมีอยู่ 2 ระบบหลัก ๆ คือ
- Wash Down เป็นระบบแบบดั้งเดิม มีคอห่านอยู่ด้านหน้า อาศัยหลักการง่ายๆ คือ ปล่อยน้ำลงจากรูเล็กๆ รอบๆ ขอบด้านบนของโถ แล้วนำพาสิ่งปฎิกูลลงไปสู่ท่อปากแคบด้านล่าง ระบบนี้ราคาไม่แพง แต่ค่อนข้างมีเสียงดัง
- Siphon Jet เป็นระบบที่มีคอห่านเป็นรูปตัว S อยู่ด้านหลัง ซึ่งจะมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ ทำให้ขณะใช้เสียงจะเงียบกว่า และชำระล้างได้สะอาดกว่าเพราะเมื่อกดชำระจะมีน้ำจากหัวฉีดบริเวณคอห่านไหลออกมาช่วยขจัดสิ่งปฎิกูลด้วย

• ชนิดของโถสุขภัณฑ์แบ่งเป็น
- แบบชิ้นเดียว หรือ One –piece Toilet คือแบบที่โถกับถังพักน้ำเป็นชิ้นเดียวกัน ดูสวยงาม ไม่เทอะทะ และติดตั้งง่าย แต่มักจะราคาแพงกว่า
- แบบสองชิ้น หรือ Two – piece Toilet หรือ Close Coupled Toilet คือแบบที่โถกับถังพักแยกจากกัน ติดตั้งยากกว่าแบบชิ้นเดียว แต่ราคามักจะถูกกว่า
- แบบแขวนผนัง หรือ Wall Hung โถแบบนี้ท่อจะติดกับผนัง ตัวโถลอยจากพื้น ทำให้ดูกะทัดรัด เหมาะกับห้องน้ำขนาดเล็ก
- แบบซ่อนถังน้ำ หรือ Wall Face โถแบบนี้เราจะเห็นเฉพาะตัวโถซึ่งอาจเป็นแบบตั้งพื้นหรือติดผนังก็ได้ แต่ส่วนของถังพักน้ำจะติดตั้งอยู่ภายในผนัง มีเพียงปุ่มกดชำระที่ติดตั้งอยู่บนผนังภายนอก ดูสวยงาม

• การเดินท่อน้ำทิ้งแบ่งได้เป็นสองแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะของโถสุขภัณฑ์ คือ
- แบบ S-Trap คือ เดินท่อน้ำทิ้งลงพื้น
- แบบ P–Trap คือ เดินท่อน้ำทิ้งออกทางผนัง

• ระบบกดชำระ Single Flush ใช้ระบุรุ่นของสุขภัณฑ์ที่กดชำระได้ระดับเดียว โดยแต่ละรุ่นจะระบบปริมาณน้ำที่ใช้ในการชำระไว้ต่างกัน เช่น 6 ลิตร หรือ 9 ลิตร และระบบDual Flush ใช้ระบุรุ่นของ
สุขภัณฑ์ที่สามารถเลือกกดน้ำได้ 2 ระดับสำหรับการชำระหนักและเบา

องค์ประกอบในตกแต่งบ้านอย่างชาญฉลาด

องค์ประกอบในตกแต่งบ้านอย่างชาญฉลาด

องค์ประกอบในตกแต่งบ้านอย่างชาญฉลาด

องค์ประกอบในตกแต่งบ้านอย่างชาญฉลาด

การออกแบบแบบตกแต่งบ้านมีทางเลือกและความหลากหลายมากขึ้น ถือเป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การออกแบบที่ดีควรเริ่มจากการตั้งโจทย์ มาจากแรงบันดาลใจหรือมาจาการหาข้อมูล ข้อมูลถือเป็นโจทย์เบื้องต้นในการตกแต่งบ้าน ได้แก้พฤติกรรม ของผู้อยู่อาศัยภายใน ความชอบส่วนตัว อายุ อาชีพ เป็นต้น

แรงบันดาลใจ
เป็นสิ่งที่ทำให้บ้านมีรูปลักษณ์และบรรยากาศที่น่าอยู่ การตกแต่งบ้านนั้นเปรียบเสมือนงานศิลปะชั้นสูง เป็นปะติมากรรมและศิลปะการจัดว่างที่ทุกอย่างในสภาพแวดล้อมภายในบ้านเข้ากันได้

องค์ประกอบศิลป์
ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ออกแบบเพราะจะนำไปสู่ความเหมาะสม ลงตัว สัดส่วนที่สวยงาม ระหว่างผนังและเฟอร์นิเจอร์จะนำไปสู่ความลงตัวของวัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง สีสันที่สวยงาม

วัสดุศาสตร์
เป็นสิ่งที่เรียนรู้ไม่มีวันจบ นวัตกรรมของวัสดุมีการเปลี่ยนแปลง ความเข้าใจเรื่องวัสดุ ขนาดสัดส่วนตามมาตรฐานการผลิต ราคารูปแบบที่เหมาะสม การติดตั้งที่ถูกต้อง ความเข้าใจในเรื่องการดูแลรักษาหลังจากเลือกใช้แล้ว แนวความคิดและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน สอดคล้องกับแรงบันดาลใจและองค์ประกอบศิลป์ที่ดี

งานระบบ
ต้องไม่มีความผิดพลาดโดยได้รับการวางแผนที่ดีตั้งแต่แรก แต่ควรอยู่บนเงื่อนไขของความเข้าใจในแต่ละระบบ ตั้งแต่ไฟฟ้า สุขาภิบาล ปรับอากาศ ความปลอดภัย และระบบโครงสร้าง อาคาร ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้อยู่อาศัย

เทคโนโลยี
เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้เพราะบ้านในปัจจุบันเป็นการรวมทุกศาสตร์ของเทคโนโลยีใหม่ๆ

งบประมาณ
เป็นสิ่งที่สำคัญทั้งอันดับแรกและอันดับสุดท้าย จึงควรมีการชั่งน้ำหนัก จึงเรียงหมวดวัสดุและการตกแต่งอย่างละเอียดก่อนมีการเปรียบเทียบราคา มีการตรวจสอบสินค้าล่วงหน้าให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการตกแต่ง

เลือกซื้อเพื่อตกแต่ง
เลือกจัดตกแต่งในวิธีการ ตกแต่งภายใน และรูปแบบที่เหมาะสมกับเงิน แต่การลงทุนกับบ้านถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่สุด เพราะต้องอยู่ในบ้านหลังนี้ไปอีกนานแสนนาน ควรสร้างและตกแต่งบ้านอย่างชาญฉลาด

HOME TIPS เทคนิคทำให้บ้านเย็น

ทิศทางลมหลักๆ ของบ้านเราจะมีลมหน้าร้อนพัดมาจากทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียง ใต้ และลมหน้าหนาวพัดมาจากทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในการออกแบบและวางผังบ้านของท่านหรือการจัดวางตำแหน่งช่องหน้าต่างของ บ้านตามทิศที่ว่านี้ก็จะทำให้บ้านได้รับลมตลอดทั้งปี แต่การที่จะให้ลม พัดผ่านเข้าบ้านนั้น ต้องมีช่องทางให้ลมเข้าและช่องทางให้ลมออก ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้แต่ละห้องมีหน้าต่างอยู่ด้านตรงข้ามกันและมีขนาด ใหญ่เท่าๆ กัน จะทำให้อากาศถ่ายเทในห้องมากขึ้น

ทำไมปลวกไม่ไปจากบ้านสักที?

ทำไมปลวกไม่ไปจากบ้านสักที?

ทำไมปลวกไม่ไปจากบ้านสักที?

.

ทำไมปลวกไม่ไปจากบ้านสักที?

แม้ปัจจุบันจะมีสารเคมีในการกำจัดบรรดาแมลงร้ายหรือป้องกันปัญหาเหล่านี้ แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแค่บางช่วงและหากไม่รู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้องก็อาจจะกลายเป็นผลร้ายที่ส่งผลกระทบมหาศาลกับบ้าน

แมลงร้ายที่ทำลายโครงสร้างบ้านซึ่งเป็นที่รู้จักและพบเห็นกันได้ทั่วไป โดยเฉพาะ ปลวก กับ มอด ถ้าได้อาศัยหรือซุกซ่อนอยู่ในบ้านเป็นจำนวนมาก ๆ เช่น ในส่วนของการก่อสร้างที่มีไม้เป็นส่วนประกอบ สามารถสร้างผลกระทบที่เสียหายต่ออาคารบ้านเรือนโดยตรง จากการกัดแทะ ทำลายเนื้อไม้ ซึ่งเป็นโครงสร้างของบ้าน หากปล่อยเอาไว้เป็นเวลานานโดยที่ไม่ได้ตรวจสอบเพื่อการป้องกันหรือแก้ไขแต่เนิ่นๆ จะทำให้โครงสร้างบ้านของท่านนั้นทรุดโทรมลงได้ในที่สุดก่อนเวลาอันควร

หลัก 3 ข้อ ของวิธีการดูแลหรือแก้ไขปัญหาปลวกร้ายที่ดีที่สุด คือ
1. เริ่มจากการป้องกันตั้งแต่อยู่ในช่วงก่อนทำการก่อสร้าง หากเป็นไปได้ก็ควรให้ช่างที่ควบคุมดูแลการก่อสร้างหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นคนลงมือทำให้จะดีกว่าเจ้าของบ้านลงมือทำเอง เพราะประสบการณ์ที่ชำนาญของช่างจะทำให้ผลออกมาดีกว่าและถูกต้องกว่า โดยช่างจะใช้น้ำยากันปลวกทาลงบนผิวไม้เสียก่อนในรอบแรกแล้วจึงทาทับด้วยน้ำยาเคลือบผิวลงไปอีกที สาเหตุที่ช่างส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีการเช่นนี้ก็เนื่องมาจากว่าสามารถทำงานได้กับส่วนที่มีพื้นที่ในการก่อสร้างเป็นบริเวณกว้างแล้วก็เป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะในบริเวณโครงหลังคา, ตงไม้, โครงเคร่า และ วงกบ เป็นต้น
2. ส่วนในบริเวณที่อยู่ด้านนอกติดกับตัวบ้าน เช่น สนามหญ้า ก็ควรทำการป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของปลวกและบรรดาแมลงร้าย
3. วิธีการป้องกันทุกอย่างแม้จะมีส่วนช่วยได้จริง ก็ไม่ควรละเลยที่จะสอดส่อง สังเกตความเคลื่อนไหวของเจ้าแมลงร้ายเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอเข้าไว้ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างนั้นสายเกินแก้

โดยความเข้าใจของคนทั่วไป คิดว่าสาเหตุที่ปลวกชอบกัดแทะอาคารบ้านเรือนนั้นเพราะชอบกินเนื้อไม้แต่ความจริงแล้ว ปลวกนั้นชอบเซลลูโลสที่อยู่ในเนื้อไม้ต่างหาก ดังนั้นไม่ว่าวัสดุประเภทใดหากมีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบอยู่ เช่น กระดาษ, วอลเปเปอร์ เจ้าปลวกร้ายก็ชอบทั้งนั้น โดยเฉพาะเซลลูโลสประเภทของนอกนำเข้ายิ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของปลวก

ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านแต่ละครั้ง ควรเตรียมงบประมาณไว้เท่าไรดี?

ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านแต่ละครั้ง ควรเตรียมงบประมาณไว้เท่าไรดี?

ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านแต่ละครั้ง ควรเตรียมงบประมาณไว้เท่าไรดี?

.

ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านแต่ละครั้ง ควรเตรียมงบประมาณไว้เท่าไรดี?

เนื้อหาพิเศษส่วนนี้จึงเป็นการนำเสนอวิธีการประเมินเบื้องต้นเพื่อให้คุณได้เตรียมพร้อม และจัดสรรงบประมาณไม่ให้สะดุดระหว่างการซ่อมแซม ทั้งนี้ในบางครั้งยังเป็นตัวช่วยในเรื่องของการเจรจากับทางผู้รับเหมาได้เช่นกัน

สำหรับการตั้งงบประมาณสำหรับงานซ่อมแซมและต่อเติมบ้านเก่ามีรายละเอียดมากเพราะเนื่องจากเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว ดังนั้นการปรับเปลี่ยนอาจจ้องคำนึงถึงส่วนอื่นที่อาจส่งผลกระทบพอสมควร เช่น อาจเกิดการร้าว ซึ่งปัจจุบันวิธีการคำนวณแบบประมาณการมี 2 วิธีคือ

1. การประมาณราคาอย่างหยาบ เป็นการประมาณราคาเบื้องต้นที่คำนวณเป็นตัวเลขต่อตารางเมตร เช่น หากต้องการทราบงบประมาณซ่อมแซมบ้านที่มีพื้นที่ 100 ตารางเมตร เราสามารถคำนวณดังนี้

พื้นที่ซ่อมแซม 100 ตร.ม X ค่าซ่อมแซมประมาณ 4,000 บาท / ตร.ม. = 400,000 บาท

การคำนวณแบบรวดเร็วด้วยวิธีนี้มักใช้ตัวเลขประมาณการตามสถิติที่เกิดขึ้นมาเฉลี่ยซึ่งมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ 20 –30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว โดยมีปัจจัยองความคลาดเคลื่อนหลายประการ ซึ่งจะชี้แจงให้ทราบต่อไป

2. การประมาณราคาอย่างละเอียด เกิดขึ้นหลังจากแบบก่อสร้างพร้อมสเป็ควัสดุต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
โดยผู้ประมาณราคาจะตีราคาตามพื้นที่ซ่อมแซมจริงจากแบบ ซึ่งผู้ประมาณราคางานประเภทนี้อาจต้องสำรวจตลาดหรือหาข้อมูลด้านราคาวัสดุและค่าแรงงานเบื้องต้น พร้อมรู้รายละเอียดปลีกย่อยจากงานซ่อมในบางส่วน จึงจะทำราคาได้อย่างแม่นยำ เช่น

หากห้องเดิมเป็นพื้นอ่อนและต้องการเปลี่ยนเป็นพื้นไม้เข้าลิ้น การทำราคาจะต้องมีค่าแรงการรื้อถอนพื้นเดิมพร้อมสกัดปูนกาวใต้หินอ่อนออกด้วย ซึ่งเป็นงานยากและสิ้นเปลื้องค่าแรงงาน อีกทั้งภายหลังยังต้องปรับพื้นปูนพร้อมจัดโครงคร่าวไม้ขึ้นใหม่ก่อนการปูพื้นไม้เข้าลิ้นลงไป ดังนั้นจึงเห็นว่าการซ่อมแซมพื้นห้องนี้มีราคาสูงขึ้น หากผู้รับเหมาคิดราคาผิดพลาดไป ก็มีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน และถ้าผู้รับเหมารายนั้นคิดราคาผิดพลาดไปหลายๆ รายการ ก็มีโอกาสทิ้งงานได้สูงอีกด้วย และถึงแม้ว่าการคำนวณแบบละเอียดนี้จะแม่นยำมากขึ้นแต่ตามสถิติก็ยังไม่โอกาสคลาดเคลื่อนได้บ้าง 5 –10 เปอร์เซ็นต์

HOMETIPS ปัจจัยที่มีผลต่อราคาค่าซ่อมแซม
1. หากสามารถจัดทำที่พักคนงานในสถานที่ก่อสร้างได้ จะประหยัดค่าขนส่งคนงานไป – กลับ
2. หากสามารถจัดทำที่เก็บวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในพื้นที่ได้ ก็จะประหยัดค่าขนส่งเป็นรายครั้ง
3. ค่าน้ำ – ไฟ หากจำเป็นต้องซื้อจากสถานที่ข้างเคียง จะมีราคาสูงกว่าน้ำ – ไฟที่ต่อจากทางราชการ
4. ค่ารื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม หากมีจำนวนมาก ก็ต้องใช้แรงงานรื้อถอนและพาหนะในการขนย้ายหลายเที่ยว
5. เล สถานที่ก่อสร้าง มีความสะดวกในการ ทางเข้า – ออก จากถนนใหญ่สู่พื้นที่ก่อสร้างมีความสะดวกหรือไม่ การลำเลียงเครื่องจักรกลต่างๆ เข้าพื้นที่ทำได้ยาก – ง่ายเพียงใด
6. านข้างเคียงได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างของผู้รับเหมาหรือไม่ เช่น น้ำรั่วซึม ผนังถูกเจาทะลุจนเสียหาย เสียงดังจนเกินไป
7. หากต้องก่อสร้างบนที่ดินที่มีฐานรากเก่าอยู่ใต้ดิน ควรขุดทำลายฐานรากเก่าเสียก่อน
8. ระยะทางใกล้ – ไกลที่ต้องเดินทางระหว่างพื้นที่ก่อสร้างกับแหล่งซื้อวัสดุก่อสร้าง

ยินดีต้อนรับ
  ร่วมบอกเล่าเรื่องราว สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แนะนำสินค้าและบริการ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอบทความใหม่ๆ เกี่ยวกับบ้าน

     Login เข้าสู่ระบบ
     สมัครสมาชิก
     ลืมรหัสผ่าน
 
หมวดหมู่
วิดีโอแนะนำ
 

บริษัท เอ็ม เอส ซี เอส (ประเทศไทย) จำกัด
 
ความเห็นล่าสุด